ไม่มีความย่อการแก้ไข |
ไม่มีความย่อการแก้ไข |
||
| บรรทัดที่ 1: | บรรทัดที่ 1: | ||
[[Category:อนุกรมวิธานพืช]] | |||
'''ชื่อ : ตดหมา''' | '''ชื่อ : ตดหมา''' | ||
| บรรทัดที่ 27: | บรรทัดที่ 29: | ||
'''ชื่อผู้เขียน :''' ดร.วรดลต์ แจ่มจำรูญ | '''ชื่อผู้เขียน :''' ดร.วรดลต์ แจ่มจำรูญ | ||
รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 05:08, 19 พฤษภาคม 2568
ชื่อ : ตดหมา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saprosma latifolia Craib
ชื่อพ้อง : -
วงศ์ : Rubiaceae
ชื่ออื่น ๆ : -
คำอธิบายโดยย่อ : ไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งอ่อนมักมีคราบสีเทา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ รูปไข่แกมรูปรี หรือรูปรี แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ เมื่อขยี้ใบจะมีกลิ่นคล้ายกำมะถัน หูใบระหว่างก้านใบรูปสามเหลี่ยม ช่อดอก แบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ดอกเล็ก สีขาว คอหลอดดอกมีขนอุยสีขาวหนาแน่น ผลคล้าย ผลผนังชั้นในแข็ง ทรงรูปไข่กลับหรือรูปทรงเกือบกลม สุกสีน้ำเงินเข้ม มีเมล็ด ๒ เมล็ด
คำอธิบาย :
ตดหมาเป็นไม้พุ่ม สูงได้ถึง ๑ ม. แตกกิ่งเป็นง่าม กิ่งอ่อนมักมีคราบสีเทา กิ่งแก่เกือบเกลี้ยง
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบที่อยู่ ตรงข้ามมักมีขนาดไม่เท่ากัน รูปไข่ รูปไข่แกมรูปรี หรือรูปรี กว้าง ๒.๕-๕.๕ ซม. ยาว ๕-๑๐ ซม. ปลายเรียว แหลมหรือยาวคล้ายหาง โคนรูปลิ่ม มักเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ เมื่อขยี้ใบจะมี กลิ่นคล้ายกำมะถัน เกลี้ยงทั้ง ๒ ด้านและมีต่อม สีดำขนาดเล็กกระจายตามเส้นแขนงใบ เส้นกลางใบ นูนเล็กน้อยทางด้านบน นูนเด่นชัดทางด้านล่าง เส้น แขนงใบข้างละ ๕-๘ เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแห ทั้งเส้นแขนงใบและเส้นใบย่อยเห็นชัดทั้ง ๒ ด้าน ก้านใบยาว ๐.๕-๑ ซม. เรียบหรือเป็นร่องตื้นทาง ด้านบน มีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น หูใบระหว่าง ก้านใบรูปสามเหลี่ยมกว้าง ยาวประมาณ ๔ มม. มัก เป็นฝอยลึกหรือเป็นเส้น ๓-๕ เส้น โคนเชื่อมติดกัน มีหนามแข็งสีอ่อนที่โคนด้านใน เห็นชัดเมื่อหูใบร่วง
ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ไร้ก้าน ออกที่ปลายกิ่ง ใบประดับรูปไข่ รูปแถบ หรือรูปแถบ แกมรูปใบหอก ยาวได้ถึง ๕ มม. ใบประดับและ ใบประดับย่อยร่วงง่าย ก้านดอกยาว ๑-๕ มม. ดอก เล็ก สีขาว กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือ รูป กรวย ยาว ๑.๕-๒ มม. ปลายแยกเป็นแฉกเล็ก ๔-๕ แฉก ขนาดเกือบเท่ากัน แต่ละแฉกรูปไข่หรือ รูปสาม เหลี่ยม ปลายแหลมหรือมน มีขนสั้นนุ่มและ ต่อมขนาดเล็กสีน้ำตาลทั้ง ๒ ด้าน กลีบดอกยาว ๒.๕-๕ มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดรูปกรวย ปลายแยก เป็น ๔ แฉก พบบ้างที่มี ๕ แฉก แต่ละแฉกรูปไข่ ปลาย มน ผิวด้านนอกหลอดและแฉกกลีบดอก มีขนสั้นประปราย คอหลอดดอกมีขนอุ ยสีขาวหนาแน่น เกสรเพศผู้ ๔ เกสร พบบ้างที่มี ๕ เกสร ก้าน ชูอับเรณูสั้น ติดที่คอหลอดดอกหรือต่ำกว่าคอหลอด ดอก ยาวพ้นหรือไม่พ้นหลอดดอก อับเรณูทรงรูปไข่ รังไข่อยู่ใต้ วงกลีบ ทรงรูปไข่กลับ หรือรูปทรงเกือบกลม เกลี้ยง หรือมีขนและต่อมสีเหลืองประปราย มี ๔ ช่อง แต่ละช่อง มีออวุล ๑ เม็ด ก้านยอดเกสรเพศเมียเรียวยาว ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็นแฉกสั้น ๒ แฉก ยาวพ้น หรือไม่พ้นหลอดดอก
ผลคล้ายผลผนังชั้นในแข็ง ทรงรูปไข่กลับ หรือรูปทรงเกือบกลม มีวงกลีบเลี้ยงติดทนที่ปลายผล เกลี้ยง มัก มีนวล สุกสีน้ำเงินเข้ม เนื้อบาง ผนังหุ้มเมล็ด มีขนาดเล็กและแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๕ มม. มีเมล็ด ๒ เมล็ด
เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย มีเขต การกระจายพันธุ์ในประเทศไทยทางภาคตะวันออก และภาคกลาง พบตามป่าดิบแล้งบริเวณเขาหินปูน ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลปานกลางจนถึงประมาณ ๑๐๐ ม. ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน เป็น ผลเดือนเมษายนถึงตุลาคม
ชื่อผู้เขียน : ดร.วรดลต์ แจ่มจำรูญ